|
|
เที่ยวป่าหน้าฝน บนภูผาเทิบ
ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทิวทัศน์ภายนอกดูสวยสดงดงามด้วยภาพประติมากรรมจากธรรมชาติชั้นเยี่ยมบนเนิน “ภูผาเทิบ” ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบที่อยู่เบื้องหน้า สำหรับ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของเมืองไทย มีเนื้อที่ 48.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร และอำเภอดอนตาล จ.มุกดาหาร ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร
“ภูผาเทิบ” มีความหมายถึง ภูผาที่มีหินมาเทิบทับกันไว้ มีกลุ่มหินประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่างๆ วางซ้อนกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้างและยาวเป็นสวนหิน เปรียบเสมือนประติมากรรมธรรมชาติ เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกนัก หากภูมิประเทศแห่งนี้จะเป็นภูเขาหินทราย ซึ่งประกอบด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันแบบลูกคลื่น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน
โดยเทือกเขาจะมีการวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ขนาน ห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 4 กิโลเมตร ภายในอุทยานฯ ประกอบด้วย ภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส และยอดเขาสูงสุด คือ ยอดภูจอมศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร
ขณะที่สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง และ ป่าเบญจพรรณ ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็นป่าไผ่ขึ้นสลับเป็นแนว หลายบริเวณเป็นหน้าผาสูงและลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลกๆ มากมาย
ส่วนสถานที่น่าเที่ยวชมภายในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบจะมีกลุ่มหินเทิบ ซึ่งเป็นการเกิดของกลุ่มหินจากอดีตถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นที่มาของประติมากรรมธรรมชาติซึ่งล้วนเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลม และแสงแดด ผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปี ทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันไป เช่น เครื่องบินไอพ่น จานบิน รองเท้าบู้ท เก๋งจีน มงกุฎ หัวจระเข้ และหอยสังข์ เป็นต้น
อีกทั้งความคงทนของชั้นหินยังมีความแตกต่างกัน เนื่องจากมีการประสานของเนื้อทรายแตกต่างกัน หินทรายชั้นบนจะมีความคงทน และมีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาล มีส่วนประกอบของซิลิกากับเม็ดกรวดมากน ส่วนหินทรายชั้นต่ำลงมาจะไม่มีความคงทน และมีสีของเนื้อหินเป็นสีขาว มีส่วนผสมของคาร์บอเนตมากสภาพของธรณีวิทยา บริเวณกลุ่มหินเทิบประกอบด้วยหินชั้นของหมวดหินเสาขัวและกลุ่มหินภู-พานของ กลุ่มหินโคราช มีการลำดับชั้นหินอยู่ในมหายุคมีโซโซอิค ประกอบด้วย หินโคลน หินทราย หินทรายแป้ง และหินกรวดมนหนาประมาณ 200 เมตร
ขณะที่ “ลานมุจลินท์” จะเป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้างไกลต่อจากกลุ่มหินเทิบมีป่าเต็งรังแคระล้อมรอบ ให้ความงดงามกลมกลืนกับธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง มีพรรณไม้พุ่มจำพวกข่อยหิน นางฟ้าจำแลง อ้นเหลือง และกระโดนดาน เป็นส่วนประกอบ
จุดเด่นของที่นี้ซึ่งไม่ควรมองข้าม คือ กลุ่มดอกหญ้าของสังคมพืชขนาดเล็ก เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดาวรวมดวง และ ดุสิตา จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ของทุกปี และ ณ กลางลานแห่งนี้ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขงได้อีกด้วย
ด้าน “น้ำตกวังเดือนห้า” เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากสายธารซึ่งไหลผ่านลานหินมุจลินท์ ภายในน้ำตกประกอบไปด้วย แอ่งหิน หุบหิน โขดหิน นักท่องเที่ยวนิยมไปชมทัศนียภาพและเล่นน้ำตกในฤดูแล้ง จะมีบ่อน้ำซับไหลหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์และสัตว์ป่า
สำหรับ “ผาอูฐ” หน้าผาที่มีประติมากรรมหินรูปร่างคล้ายอูฐทะเลทราย เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูถ้ำพระ ผาผักหวาน และผาขี้หมู ได้อย่างชัดเจน เบื้องล่างของผาอูฐ คือ หุบเขากว้างไกล และมีป่าไม้เขียวขจีปกคลุม
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุด คือ ผางอย และ ผาปู่เจ้า ฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานฯแห่งนี้ คือ ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ และฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
โดยในแต่ละฤดูจะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตามฤดูกาล เพิ่มความงามให้กับภูผาเทิบอีกมาก มีทั้งดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามซอกหินผา เช่น เอนอ้า เทียนหิน หรือดุสิตา และดอกกล้วยไม้ประเภทช้างน้าว, ตาลเหลือง เป็นต้น
จากความพร้อมด้วยประการทั้งปวงของ “ภูผาเทิบ” ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยือนได้ทุกฤดูกาล พร้อมสัมผัสกับกิจกรรมอันหลากหลายในแต่ละช่วงเวลา เช่น เริงร่าหน้าฝน (ส.ค.-ก.ย.) เทศกาลชมดอกไม้บานบนลานหิน (ต.ค.-ธ.ค.) ดูดาวตามรอยไดโนเสาร์ (ต.ค.48-ม.ค.49) พายแคนู ไปปีนภูดูอันซีน (ต.ค.48-ก.พ.49) เทศกาลวันวานยังหวานอยู่ (30 ธ.ค. และ 14 ก.พ.49)
เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจนัก หาก “ภูผาเทิบ” ประติมากรรมธรรมชาติที่อยู่ในรูปแบบของกลุ่มหินขนาดยักษ์วางซ้อนทับกันอย่างวิจิตพิศดาร จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในทำเนียบ “UNSEEN THAILAND มุมมองใหม่เมืองไทย” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร โทร.0-1221-0755 และส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ 10900 หรือ ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 4 โทร.0-4251-3490-1
การเดินทาง ++ รถยนต์ มุกดาหารอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 642 กิโลเมตร ใช้เส้น ทางกรุงเทพฯ-สระบุรี-นครราชสีมา-อ.บ้านไผ่-มหาสารคาม-อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด-อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร หรือเส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี-นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 207 ที่บ้านวัดผ่าน อ.ประทาย อ.พุทไธสง อ.พยัคฆภูมิพิสัย,อ.เกษตรวิสัย-อ.สุวรรณภูมิ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2169 ผ่านทรายมูล อ.กุดชุม อ.เลิงนกทา แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอนิคมคำสร้อย สู่ จ.มุกดาหาร
++ รถโดยสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน โทร. 0-2936-2852-66 หรือสอบถามได้ที่สถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหารโทร.(042) 611421,611478,613025-9
++ รถไฟ มีรถด่วน รถเร็ว และรถด่วนพิเศษสปรินเตอร์ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ทุกวัน จากนั้น ต่อรถโดยสารไปยังจังหวัดมุกดาหาร ระยะทางประมาณ 167 กิโลเมตร หรือสอบถามได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690,0-2223-7010,0-2223-7020
++ เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังไม่มีบริการเที่ยวบินไปจังหวัดมุกดาหารโดยตรง ต้องเดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี หรือ สายการบินบริษัทพีบีแอร์ ไปลงที่จังหวัดนครพนม สกลนคร หรือร้อยเอ็ด จากนั้นต่อรถโดยสารไปจังหวัดมุกดาหาร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร.1566, 280-0060, 628-2000 หรือสายการบินพีบีแอร์ 02 - 5354844
หลังจากนั้น เดินทางออกจากตัวจังหวัดมุกดาหาร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2034 ประมาณ 15 กิโลเมตร ไปทาง อ. ดอนตาล แล้วเลี้ยวขวาตามถนนลาดยางอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 4 โทร. 0-4251-3490-1
<< อ่านข่าวอื่นๆ ... หัวข้อข่าวย้อนหลัง
|
|